1) ฉันไม่ได้เลือก...
เกิดมาก็เป็นคนไทย...เชื้อสายจีน
เป็นคนไทยโดยสัญชาติ ตามนิตินัย
ฉันมีนามสกุลไทย แต่รับรู้ ความมี “แซ่” ของบรรพชน
2) ฉันเติบโต เล่าเรียน
และมีครอบครัว
ดำรง “ความมี”
และ “ความเป็น” ของชีวิต
อยู่ในบริบท วิถีชีวิตของความเป็นไทย
ฉันมีความสุข เพราะที่นี่...คือ บ้านของฉัน
3) ฉันไม่เคยรู้สึก “เป็นอื่น”
หรือความรู้สึก “แปลกแยก” ในความเป็น “ตัวฉัน” แม้แต่น้อย
ฉันอยู่ร่วมกับคนไทยอีกหลายชาติพันธุ์ในสังคม
อย่างผสมกลมกลืน จนเนียนสนิท...เป็นเนื้อเดียวกัน
4) ใน “ความเหมือน” ของคนไทยเชื้อสายจีน
ที่เป็นแต้จิ๋ว ไหหลำ
ฮกเกี้ยน กวาตุ้ง และอื่นๆ
ฉันค้นพบ “ความต่าง” อย่างหนึ่ง...มิติของ “ภาษาพูด”
ฉันอยากรู้ ฉันจึงเริ่มต้น เส้นทางแห่งการค้นหา
5) เธอรู้ไหม คนฮากกา...เป็นใคร
เธอรู้ไหม
คนฮากกา...มาจากไหน
จึงปรากฏ และดำรงอยู่
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย
6) บนเส้นทางที่ยาวไกล ฉันเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย
ฉันไม่ใช่คนสำคัญ ไม่มีทุนทรัพย์จัดงานอลังการ
ฉันมาด้วยพันธกิจเพียงอย่างเดียว...ที่จะบอกเธอ
ขอให้ช่วยกันสืบสาน ความเป็นฮากกา...ให้ดำรงอยู่
7) วันนี้
ที่นี่...ที่อุบลราชธานี
ฉันของเปล่งเสียงอย่างสมถะ...แต่ด้วยหัวใจที่องอาจ
“ไหง่
เฮ้...ฮากกาหงิ่น”...เธอได้ยินไหม
จะมีใครสักคนที่ขานรับ...เสียงเพรียกของฉัน...ของคนฮากกา
8) ฉันบอกเธอ...ด้วยที่สุดของหัวใจ ที่ผูกพันล้ำลึก
ฉันบอกเธอ...ด้วยที่สุดของสำนึก ที่ศรัทธาหนักแน่น
ภาษาฮากกา...มรดกของบรรพบุรุษ
จะดำรงอยู่
หรือ สูญหาย...ขึ้นอยู่กับ ตัวฉัน และ ตัวเธอ
